มนุษย์เราเป็นสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีวิวัฒนาการทางความคิดอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่แต่เฉพาะคิดอย่างเดียวเท่านั้นแต่มนุษย์ยังได้กระทำลองผิดลองถูกอยู่ทุกเวลาเช่นกันตามแต่เรื่องราวเนื้อหาที่ตัวเองสนใจตั้งแต่ยุคโบราณกาลมาแล้ว สังเกตได้จากมนุษย์ยุคหินอาจใช้หินเป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพเพื่อต่อสู้กับธรรมชาติถึงแม้ว่าเวลาได้ผ่านมาเนิ่นนานมนุษย์ก็ยังคิดค้นเครื่องมือเพื่อที่จะเอาชนะธรรมชาติอยู่ดี ด้วยการลองผิดลองถูกคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆเพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้กับตัวเองด้วยอำนาจของเงินทุน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือทางอุตสาหกรรม เครื่องมือทางการแพทย์ เครื่องมือทางการสื่อสาร ฯลฯ
สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมนุษย์มีการสื่อสารกัน
สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมนุษย์มีการสื่อสารกัน
การสื่อสารเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับมนุษย์ในการแสดงความคิดเห็นซึ่งกันและกันมีการเจรจาต่อรองอย่างมีเหตุและผล พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้มนุษย์แตกต่างจากสัตว์ จะว่าไปแล้วโลกของเรามีหลากหลายภาษา หลายวัฒนธรรม หลายชาติพันธุ์ สิ่งเหล่านี้ทำให้มนุษย์มีความคิดที่ไม่เหมือนกัน เลยบางครั้งส่งผลให้การสื่อสารไม่ค่อยสำฤทธิ์ผล หรือบางครั้งความคิดที่ไม่เหมือนกันนั้นนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้เหมือนกันหรือบางครั้งความคิดริเริ่มเหมือนกันแต่การสร้างสรรค์คนละแบบก็นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน อย่างเช่น สื่อออนไลน์ต่างๆที่เกลื่อนในปัจจุบัน อย่างเช่น Facebook Twitter ฯลฯ
สื่อใหม่เหล่านี้เป็นสื่อออนไลน์ที่ในไซเบอร์สแปซ(Cyberspace) ของโลกออนไลน์ในยุคปัจจุบัน ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างอิสระโดยไม่จำเป็นต้องมีVISA ผ่านเข้าไปในประเทศใดประเทศหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องมีใครมาคอยกีดกันในการแสดงความคิดเห็นของเราในส่วนของพื้นที่สาธารณะตรงนี้
ผมเชื่อเหลือเกินว่าสิ่งที่ถูกสร้างมาในโลกนี้ทุกอย่างเปรียบเสมือนดาบสองคมที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ในโลกออนไลน์ก็เหมือนกันที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ในยุคปัจจุบันกำแพงการสื่อสารได้พังลงแล้วทุกคนสามารถเข้าถึงแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมต่อกันได้อย่างง่ายดายบนโลกออนไลน์ ได้รู้จักกันโดยไม่จำเป็นต้องเห็นหน้าและรู้นิสัย จนก่อเกิดเป็นกลุ่มเพื่อนที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน เช่นในFacebook มีกลุ่มคนรักรถโบราณ กลุ่มคนรักท้องฟ้า ฯลฯ ช่องทางนี้แหละเป็นสิ่งสำคัญในการรวมพลหมู่คนเยอะๆได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องสิ้นเปลืองเวลาและเงินทุน เช่น การโค่นล้มกัดดาฟีในประเทศอียิปต์ที่มีการเอาเปรียบประชาชนมาอย่างยาวนาน ประชาชนก็ได้ใช้Facebookในการติดต่อสื่อสารรวมพลังมวลชนคนทั้งประเทศให้ลุกขึ้นมาต่อสู้กับรัฐบาลที่ไม่มีความเป็นธรรมจนเกิดเป็นผลสำเร็จ มาถึงบ้านเราตอนนี้เกิดวิกฤตธรรมชาติลงโทษ น้ำท่วมในภาคกลางหลายคนได้มีการสร้างกลุ่มในFacebookขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย เช่นกลุ่มนักศึกษาได้จัดตั้งกลุ่มขึ้นมาเพื่อเป็นกระบอกเสียงให้กับประชาชนที่เดือดร้อนจากอุทกภัยให้คนข้างนอกพื้นที่เป็นช่องทางหนึ่งในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและช่วยเหลือคนในพื้นที่ต่อไป
ผมว่าถึงเวลาแล้วแหละที่เราจะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสโดยใช้พลังของสื่อใหม่หรือว่าสังคมออนไลน์เป็นช่องทางบอกกล่าวเรื่องราวของคนในพื้นที่ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ในด้านที่สร้างสรรค์ให้โด่งดัง ที่ไม่ใช่เสียงของระเบิดและกระสุนปืน ไม่ว่าจะเป็นประเพณีวัฒนธรรม ศาสนา ภาษา สถาปัตยกรรมฯลฯ ให้คนข้างนอกได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารเหล่านี้ซึ่งไม่ค่อยมีให้เห็นนักจากสื่อกระแสหลัก
หากเราช่วยกันนำเสนอเรื่องราวแต่สิ่งดีๆอาจปรับเปลี่ยนทัศนคติให้กับคนข้างนอกพื้นที่จากที่มีทัศนคติไม่ดีกับพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีทัศนคติที่ดีได้ เพราะสื่อออนไลน์มีพลังอย่างไม่น่าเชื่อที่จะให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น